post Category: Articles post Comments (0) postJune 25, 2009

มทภ.2 ระบุกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่ายเต็มพื้นที่เขาพระวิหารแล้ว พบมีการส่งกำลังทหารเขมรมาสับเปลี่ยนตลอด พร้อมทั้งปืนใหญ่ รถถัง อาวุธหนัก ยันทหารไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยเต็มที่

เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้( 25 มิ.ย.) ที่สโมสรร่วมเริงไชย ภายในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ว่าเวลานี้ ทหารไทยและกัมพูชากำลัง เผชิญหน้ากัน รวมทั้งในหลายพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยกำลังทหารทั้งสองฝ่ายๆละประมาณ 7,000 นาย มีการเตรียมอาวุธหนัก อาทิ อาร์พีจี ปืนใหญ่ รัศมีการยิงกว่า 20 กิโลเมตร และรถถัง เต็มอัตราศึก พร้อมเปิดฉากยิงตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้ยังปกติอยู่

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ ยังกล่าวถึงการที่ฝ่ายกัมพูชาเสริมกำลังและอาวุธหนักเข้ามาตลอด ว่า หากทางฝ่ายกัมพูชาเพิ่มเข้ามา ฝ่ายเราก็ปรับเพิ่มให้เหมาะสม ยอมรับว่าเท่าที่ได้ไปดูในพื้นที่จริง ก็พบว่าทหารกัมพูชามี การเพิ่มเติมกำลังค่อนข้างมาก แต่บริเวณปราสาทพระวิหารจะเพิ่มกำลังทหารอีกไม่ได้แล้ว เพราะสถานที่คับแคบ ทำได้เพียงอาวุธที่จะสนับสนุนหรือมีความเหมาะสมที่จะใช้ป้องกันอธิปไตย ฝ่ายไทยมีพร้อมและเพียงพอที่จะรักษาอธิปไตยของเรา

“สถานการณ์ ปัจจุบันเราได้การพูดคุยกันระดับผู้บังคับบัญชาของเรา กับผู้บังคับบัญชาฝ่ายกัมพูชาเรายังพูดคุยกันได้ดี และมีความเข้าใจกัน ซึ่งคงไม่น่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นมา” แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว และว่าส่วนที่ฝ่ายกัมพูชารายงาน ข่าวลักษณะท้าทายยั่วยุนั้น อยากให้สื่อติดตามก็แล้วกันว่า เขาท้าท้ายอย่างไร ตนในฐานะแม่ทัพภาคที่ 2 และกำลังพลเราทุกทำหน้าที่ของเราไปตามปกติ หากมีลูกกระสุนยิงเข้ามาฝั่งไทย โดยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เราพร้อมอยู่แล้ว

post Category: Articles post Comments (0) postJune 18, 2009

สาววัยรุ่นชาวเบลเยียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากช่างสักเป็น เงิน 10,000 ปอนด์ (560,000 บาท) หลังจากที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าใบหน้าซีกหนึ่งเต็มไปด้วยรอยสักรูปดาว 56 ดวง ทั้งๆ ที่ต้องการเพียง 3 ดวง

คิมเบอร์ลี วลามินค์ วัย 18 ปี อ้างว่า ช่างสักคนนี้สื่อสารภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสแย่มาก ทำให้ไม่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของเธอ เธอเล่าว่าเผลอหลับไปขณะสัก แต่พอรู้สึกเจ็บก็ตื่นขึ้นมาและพบว่าช่างกำลังสักอยู่ที่จมูก การทำเกินคำสั่งสร้างความเสียหายร้ายแรง เพราะหน้าตาเธอต้องเสียโฉม โดยมีรอยสักไม่พึงปรารถนาถึง 56 แห่งอยู่บนใบหน้า ไม่กล้าเดินออกจากบ้าน เพราะเดินทีไรจะถูกมองเป็นตัวประหลาดทุกที

คิมเบอร์ลี ต้องการเงินชดเชยเพื่อมาเป็นค่ายิงเลเซอร์ลบรอยสักทั้งหมดให้เหลือไว้ที่ หน้าผาก ซึ่งต้องใช้เงินในราว 10,000 ยูโร (478,000 บาท) แต่แม้จะลบรอยสักออกไปได้ แต่ก็ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นติดหน้าไปตลอดชีวิต ทางด้านช่างสักยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดและสาวคนนี้ก็ได้ในสิ่งที่เธอต้องการ แต่ที่เธอต้องฟ้องร้องเพราะถูกพ่อดุและถูกแฟนทิ้ง

post Category: love post Comments (0) postJune 9, 2009

หญิงแม้น เข้าตา ปลื้ม-สุรบท ลูกคุณชวนตามจีบ!!!
หญิงแม้น เข้าตา ปลื้ม-สุรบท ลูกคุณชวนตามจีบ!!!

เนื้อหอมไม่เลิก ! ”ปลื้ม-สุรบท” ลูกชายอดีตนายกฯ ตามขอเบอร์โทรศัพท์ ”หญิงแม้น-นฤมาศ” ไฮโซสาวรับแลกเบอร์กันจริง แต่ไม่ได้กิ๊กกัน เผย ”พายุ” ทราบเรื่องถึงกับงอน แต่ไม่ถึงขั้นหึง ปัดเป็นแม่สื่อให้ ”ไมค์-พิรัชต์” กับนักร้อง ”แจม-เนโกะ-จั๊ม” บอกสองคนเป็นแค่เพื่อน

กำลังเป็นข่าวว่ากิ๊ก กับนักร้องหนุ่ม ”พายุ คลาร์ค” แท้ๆ แต่ล่าสุดกลับมีคนตาดี แอบเห็น ”หญิงแม้น” ม.ร.ว.แม้นนฤมาศ ยุคล แอบคุยกับลูกชายอดีตนายกฯ ”ปลื้ม” สุรบท หลีกภัย ซึ่งเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ทางทีมงานมีโอกาสได้เจอ ”หญิงแม้น” ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์มันฝรั่งอบกรอบของกูลิโกะ ”โปเทโต้ สปิคกี้” ที่ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว จึงรีบตรงเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ซึ่งหญิงแม้น เปิดใจว่า

”ไม่ได้กิ๊กกันนะคะ ก็รู้จักกัน เพิ่งรู้จักได้ 4 วันได้มั้งค่ะ คือเขาเป็นเพื่อนของเพื่อน แล้วก็เพิ่งได้มีโอกาสเจอกัน” ผู้สื่อข่าวจึงยิงคำถามต่อว่า คุณปลื้ม มาขอเบอร์หรือมาจีบรึเปล่า ”ก็แลกเบอร์กันปกติค่ะ เพราะว่าคนรู้จักกัน เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกันได้ ถามว่ามาจีบไหม ไอ้จีบนี่ต้องทำยังไง ก็คงไม่ได้จีบหรอกค่ะ เวลาไปไหนมาไหนก็มีไปด้วยกันบ้างแต่ไม่ได้ไปกันสองคน ไปกันเป็นกลุ่ม ก็เจอกันก่อนวันเปิดตัวหนังสือของหนู แล้วอีกวันก็ชวนเขามาด้วย ก็เป็นเพื่อนกันไปก่อน เพราะเพิ่งเจอกันได้ 4 ถึง 5 วันเอง พี่ปลื้มเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง”

มัน ทำให้ต้องห่างกับคุณปลื้ม ไหม ”อ่า ก็ไม่นะคะ ก็ปกติ ตอนนี้ก็ทำตัวปกติ ทุกอย่างปกติ ก็คุยกับพี่ปลื้ม ว่ามีข่าวด้วยกันนะ พี่ปลื้ม ก็ขำๆ ไม่ได้ว่าอะไร ก็ปกติ ทุกอย่างเหมือนเดิม คือเป็นคนที่มีเพื่อนผู้ชายเยอะ คือทราบมันมาตั้งแต่ต้นแล้ว ก็คงอยู่กับเพื่อนเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร อนาคตยังไงก็คงไม่พัฒนาอะไร ให้พี่ปลื้ม เป็นพี่ชายดีแล้วค่ะ”

แล้วทาง ”พายุ” พายุ คลาร์ค เขามีอาการงอนบ้างไหม ”ก็มีนิดหน่อยค่ะ แต่ก็ไม่มีอะไรค่ะ เพราะว่าทำอะไรก็บอกกันตลอดค่ะ” แล้วมีการไปง้อพายุบ้างไหม ”ก็ไม่ง้ออะไร คือเป็นคนอย่างนี้อยู่แล้ว เขางอนเองก็ต้องหายเอง” เรียกได้ว่ายังหวานกันอยู่ไหม ”ก็เรื่อยๆ ก็ยังเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดอยู่ค่ะ”

ส่วนข่าวที่ หญิงแม้น ไปเป็นแม่สื่อให้ ”ไมค์” พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล กับนักร้องสาว ”แจม” ชรัฐฐา อิมราพร หนึ่งในดูโอ ”เนโกะ-จั๊ม” สังกัดอาร์เอส นั้น ไฮโซสาวได้ให้คำตอบว่า ”ไม่นะคะ กับพี่แจม ก็รู้จักกัน ก็เคยไปกินข้าวกับไมค์ ด้วย ก็ไปกันหลายๆ คน เป็นกลุ่มเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ก็เจอพี่แจมบ่อย เพราะ พี่แจมก็อยู่ กามิกาเซ่ ค่ายเดียวกับพายุ แต่ไม่ได้เป็นคนขอเบอร์ให้ คือไมค์ เขาเป็นคนที่เพื่อนเยอะ แล้วเพื่อนผู้หญิงเยอะมาก หนูยอมรับ หนูคอนเฟิร์มแทนเพื่อนเลยว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนเป็นข่าวด้วย เป็นคนพิเศษ เพราะว่าเพื่อนโสด”

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า หญิงแม้น เป็นคนที่คอยหาเบอร์ผู้หญิงให้ไมค์ ตลอด หญิงแม้นได้ให้คำตอบมาว่า ”ไม่ใช่แม่สื่อแม่ชักอะไรนะ เป็นเพื่อนกันเฉยๆ ก็ดูแลเพื่อน ยอมรับเลยว่าเพื่อนไม่มีคนพิเศษ เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยได้คุยกับไมค์ เพราะว่าเป็นเรื่องปกติของไมค์ มันมีมาทุกอาทิตย์อยู่แล้ว คือไมค์ เป็นคนที่เพื่อนผู้หญิงเยอะ ส่วนหนูเป็นคนเพื่อนผู้ชายเยอะ ก็เลยเป็นข่าวบ่อยแต่ความจริงไม่มีอะไรเลย เฉยๆ ชินแล้วค่ะ”

post Category: Articles post Comments (0) postJune 7, 2009

ออกกำลังกาย

ทราบหรือไม่ว่า การออกกำลังนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังให้ประโยชน์อะไรกับร่างกายอีก

ผิวจะดูดีขึ้น
การ ออกกำลังมีผลในแง่บวกหลายอย่างต่อผิว ช่วยเติมสีสันให้พวงแก้ม ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นจากการไหลเวียนของโลหิตที่ดีขึ้น และยังทำให้ผิวกระชับขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันความหย่อนยานหรือริ้วรอยได้ด้วย

ขนาดร่างกายจะสมส่วน
การ ออกกำลังเป็นประจำจะช่วยให้เผาผลาญแคลอรีส่วนเกิน และลดน้ำหนักได้ จะค่อยๆ มีขนาดร่างกายที่เหมาะสมกับส่วนสูง และโครงสร้างร่างกาย จะทำให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้น และก็จะดูดีขึ้นตามไปด้วย

เส้นผมจะแข็งแรงกว่าเดิม
การ ออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้มีการสูบฉีดโลหิตไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้งหนังศีรษะด้วย รากผมจะได้รับอาหารจากเลือดที่เต็มไปด้วยออกซิเจน และช่วยกำจัดอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำลายเส้นผม

ดวงตาจะแจ่มใสขึ้น
เป็น ผลของการไหลเวียนโลหิตที่ดี จะทำให้ดวงตามีความชุ่มชื้น และแจ่มใส นอกจากนี้การใช้สายตาจับจ้องไปข้างหน้าตลอดเวลาของการออกกำลัง ทำให้ได้มีการออกกำลังกล้ามเนื้อดวงตาที่ทำให้แข็งแรงขึ้น

กล้ามเนื้อจะดูดีขึ้น
การออกกำลังแต่ละอย่างจะทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น ทำให้ดูเพรียวขึ้น เสื้อผ้าจะเข้ากับรูปร่างได้อย่างสวยงาม และก็จะดูฟิตมากขึ้น

รู้ถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายกันแล้ว หันมาออกกำลังกายกันดีกว่า

post Category: Articles post Comments (0) postJune 4, 2009

5 มิถุนายน ของทุกปี ประชาชาติทั่วโลกได้กำหนดให้เป็น วันแห่งการร่วมมือระหว่างชาติของทั่วโลกเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม หากนับย้อนไป ณ จุดเริ่มแรกของวันดังกล่าวที่ได้มีการตื่นตัวในด้านวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม ขึ้นทั่วโลก จึงได้มีมติให้จัดการประชุมใหญ่ที่กรุงสตอกโฮลม์ ระหว่างวันที่ 5 – 16 มิถุนายน พ.ศ. 2515 โดยมีรัฐบาลของประเทศสวีเดนเป็นเจ้าภาพ เรียกการประชุมนี้ว่า “การประชุมสหประชาชาติเรื่องสิ่งแวดล้อมของมนุษย์” ( UN Conference on the Human Environment ) ในการประชุมครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,200 คน จาก 113 ประเทศ และมีผู้สังเกตการณ์อีกกว่า 1,500 คน จากหน่วยงานของรัฐ องค์การสหประชาชาติ สื่อมวลชนแขนงต่างๆ เพื่อพิจารณาร่วมกันในการที่จะหาหนทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศต่างๆ กำลังเผชิญอยู่ ผลจากการประชุมครั้งนั้นได้มีข้อตกลงร่วมกันหลายๆอย่าง อาทิเช่น การจัดตั้งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ( United Nations Environment Programme ) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติมีหน้าที่ติดตามและประเมินผลการเปลี่ยน แปลงที่สำคัญทางด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทางที่ดี โดยมีความห่วงใยในเรื่องของ ดิน น้ำ มลพิษทางอากาศ ในฐานะที่ทำหน้าที่กระตุ้นเพื่อให้มีการปฏิบัติทางสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม และเพื่อให้เป้าหมายบรรลุผล จึงได้กำหนดวิธีการไว้ ดังนี้คือ
1. การสร้างความตื่นตัวในการเรียนรู้เรื่องของสิ่งแวดล้อม และให้การศึกษากับประชาชนและนิสิตนักศึกษาทั่วไป
2. ให้การสนับสนุนทางวิชาการ เผยแพร่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพื่อจะได้กระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
3. เสริมสร้างให้สถาบันและคนในสถาบันตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมต่อไป

นอกจากนี้แล้วผลจากการประชุมรัฐบาลของประเทสต่างๆได้รับข้อตกลงจากการประชุม มาดำเนินการจัดตั้ง หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นในประเทศของตน รวมทั้งประเทศไทย รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2518 และก่อตั้งสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้น เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 อันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย และต่อมาในปี พ.ส. 2535 ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็น 3 หน่วยงาน คือ
1. กรมควบคุมมลพิษ
2. กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
3. สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ในส่วนของสถาบันการศึกษาก็ได้มีการจัดสอนหลักสูตรด้านสิ่งแวดล้อมขึ้น ในหลายๆ มหาวิทยาลัย ซึ่งนับได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของการตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งบทบาทของสื่อมวลชนก็ได้ทำหน้าที่ส่งเสริม และเกื้อหนุนให้เกิดความตื่นตัวและสนใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง มากขึ้น

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มนุษยชาติมีความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วยกันทั้งสิ้น เพราะทุกชีวิตต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยในการดำเนินชีวิต มนุษย์ พืช สัตว์ ทุกชีวิตจำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรา รวมถึงสิ่งที่มนุษย์คิดค้นสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกสบาย และจาก พฤติกรรมของมนุษย์ ถ้าจำกัดอยู่เพียงเพื่อดำรงชีวิต ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันคงจะไม่เกิดขึ้น แต่เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติมีอย่างจำกัด และทิศทางการพัฒนาประเทศต่างๆทั่วโลกมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม จึงทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรต่างๆอย่างมากมายเพื่อผลิตสินค้า การพัฒนาประเทศก็นำไปสู่การเกิดภาวะมลพิษในที่สุด ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลสะท้อนกลับมาคุกคามการดำรงชีวิตของมนุษย์เอง ในรูปของวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ถึงเวลาแล้วที่หมู่มวลมนุษยชาติควรจะมาร่วมรณรงค์และประหยัดทรัพยากรที่มี อยู่อย่างจำกัด ร่วมมือร่วมใจกันรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีต่อไปในอนาคต เพื่อลูกหลานของเรา โดยที่เรามาช่วยกันเสริมสร้างปลูกจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างทัศนคติในการอนุรักษ์ทรัพยากรกลับมาใช้อย่างรู้คุณค่า เราทุกคนควรมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะและรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้สดใส สมบูรณ์สำหรับทุกคนในอนาคต

นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนน้ำกำลังเป็นปัญหาสำคัญที่สุดในเมืองไทย สาเหตุของการขาดแคลนน้ำ เกิดจากการลดจำนวนลงของพื้นที่ป่าไม้ที่เป็นต้นน้ำลำธารของประเทศ และจากการใช้น้ำกันอย่างฟุ่มเฟือย จากปัญหาต่างๆเราควรมาช่วยเสริมสร้างจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่ง สำคัญที่สุด เพื่อจะได้มีสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อไปในอนาคต และมาร่วมช่วยกันป้องกันไม่ให้สิ่งแวดล้อมเกิดการเสื่อมลงมากยิ่งขึ้น

หาเพื่อน

post Category: love post Comments (0) postJune 3, 2009

จุดซ่อนเร้น, กระจกส่องจิ๋ม

มะเร็งปากมดลูก…เป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย

มะเร็งปากมดลูก…เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงไทยเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 7 คนต่อวัน

แม้ จะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้หากพบในระยะแรก แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หญิงไทยมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคนี้ก็เป็น เพราะ “ความอาย” ของสาวๆ ที่จะไปตรวจภายในประจำปี

อย่าว่าแต่จะ ไปขึ้นขาหยั่งให้หมอตรวจ จะมีสาวไทยสักกี่คนที่เคยก้มลงสำรวจจุดเร้นลับในร่างกายของตัวเองด้วย วัฒนธรรมอันเสงี่ยมหงิมของไทยที่สอนกันมาแต่เล็กว่าเรื่องเหล่านี้เป็น เรื่องน่าอาย หรือไม่ควรพูดถึง

มูลนิธิสร้างความเข้าเรื่อง สุขภาพผู้หญิง จึงรณรงค์ให้สาวไทยหันมาเริ่มให้ความใส่ใจกับจุดเร้นลับของตัวเองเพื่อที่จะ ได้รู้เท่าทันเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นด้วย “กระจกส่องจิ๋ม”

กระจก ส่องจิ๋ม เป็นยังไง…มีประโยชน์ยังไง…และมันแตกต่างกับกระจกที่ใช้ส่องหน้ายังไง เรื่องนี้เฉลยโดย ณัฐยา บุญภักดี ผู้ประสานงานมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.)

“กระจก บานนี้จะเป็นสัญลักษณ์ที่เอาไว้เตือนใจว่า เรามีกระจกหลายบานเอาไว้ดูหน้า ดังที่ผู้หญิงจะถูกบอกให้รักสวยรักงาม แต่อวัยวะเพศซึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกันกลับถูกละเลย ผู้หญิงกลับถูกสอนให้ไม่ไปยุ่ง ไม่ไปสัมผัส ดูแล เพราะเป็นของต่ำ ทำให้ผู้หญิงโตขึ้นมาโดยลึกๆ แล้วรังเกียจอวัยวะเพศตัวเอง”

ดังนั้น กระจกส่องจิ๋มจึงไม่ได้มีหน้าตาหรือลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากกระจกส่องหน้า ทั่วไป ส่วนใครที่อยากได้กระจกบานนี้เอาไว้เตือนใจ ณัฐยาบอกว่าไม่ใช่ว่าจู่ๆ จะเอาไปเดินแจกเพราะคงไม่มีประโยชน์ แต่จะแจกพร้อมการทำเวิร์กชอป ที่ สคส.ได้เชิญชวนผู้หญิงมาพูดคุยทบทวนกันว่าแต่ละคนถูกบอกถูกสอนมาอย่างไร เกี่ยวกับอวัยวะเพศ และสร้างผลอย่างไรในปัจจุบันพร้อมทั้งทำความรู้จักอวัยวะเพศหญิงให้ลึกซึ้ง เอารูปทางการแพทย์มาดูกันเพื่อเป็นการทำความคุ้นเคย และลดความอายเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

“ผู้เข้าร่วมหลายคนพูดเลยว่า เพราะถูกสอนมาจึงทำให้ไม่ไปยุ่งกับส่วนเร้นลับของร่างกาย มีผู้หญิงอายุ 50 ปีแล้ว บอกว่ายังไม่เคยก้มดูของตัวเองให้ชัดๆ เลย ยิ่งเรื่องไปตรวจเช็คสุขภาพมะเร็งปากมดลูก ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”

การ ที่เราไม่เคยสำรวจจุดซ่อนเร้นของตัวเอง ทำให้เราขาดการเอาใจใส่ด้านความสะอาด ทำความสะอาดผิดวิธี ใช้น้ำยาที่ไม่มีความจำเป็น และตระหนกตกใจเวลามีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้น เช่น ตกขาว และกลิ่นผิดปกติ ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เพราะเราไม่เคยสังเกตเท่านั้นเอง

ไม่ว่าจะกระจกส่องจิ๋ม หรือว่าการเวิร์กชอป จะทำให้เห็นความสำคัญของการดูแลเอาใจใส่ส่วนเร้นลับของตัวเองมากขึ้นและไม่ อายเวลาที่ต้องไปตรวจภายใน หรือเมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ไม่อายที่ต้องไปปรึกษาหมอ

เห็น ได้จากทุกครั้งที่ทำเวิร์กชอปเสร็จ คนจะมีกำลังใจพากันไปตรวจมะเร็งปากมดลูก ซึ่งทำให้ณัฐยาปลื้มใจว่ากระบวนการรณรงค์ได้ผล ทำให้ผู้หญิงรู้จักร่างกายตัวเอง และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องมากขึ้นนั่นเอง

7 ขั้นตอน ตรวจภายในด้วยตนเอง
การ เช็คสุขภาพใกล้ตัว อย่างการตรวจภายใน มักเป็นสิ่งที่ถูกผัดวันประกันพรุ่งอยู่เสมอ เรามีวิธีง่ายๆ ในการตรวจภายในด้วยตัวเอง ก่อนจะเดินทางไปตรวจกับคุณหมอมาฝากกัน

1. ล้างมือให้สะอาดก่อนเริ่มตรวจ จากนั้นจัดท่าของตัวเองว่าจะนั่งหรือนอนอย่างไรให้เห็นอวัยวะเพศของตัวเองได้ดีที่สุด

2. หากระจกที่สามารถใช้ถือมา 1 บาน

3. ใช้มือข้างหนึ่งที่ถนัดแยกแคมใหญ่ออกจากกัน มองและคลำดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เช่น ก้อน ตุ่มแข็ง ตุ่มน้ำ แผลรอยบวม หรือมีบริเวณที่สีเปลี่ยนไป

4. ใช้นิ้วแยกแคมเล็กออกจากกัน ตรวจหาความผิดปกติต่างๆ ตรวจดูที่บริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะว่ามีอาการบวมแดงหรือมีแผลหรือไม่

5. ใช้นิ้วมือสองนิ้วสอดเข้าไปในช่องคลอด กดแยกหนังช่องคลอดออกจากกัน สังเกตตกขาว ถ้าเป็นสีขาวขุ่นเป็นมูกเหนียวหรือมูกใส มีกลิ่นคาวเล็กน้อย แสดงว่าปกติ แต่ถ้ามีลักษณะคล้ายคราบนมที่เด็กแหวะออกมา และมีอาการคันแสดงว่าอาจมีเชื้อราหรือเชื้อพยาธิในช่องคลอด ถึงเวลาที่ต้องไปพึ่งคุณหมอสูติฯ แล้ว

6. ใช้นิ้วมือคลำบริเวณส่วนล่างของแคมใหญ่ทั้งสอง โดยใช้นิ้วมือหนึ่งอยู่ในช่องคลอด และอีกนิ้วหนึ่งอยู่ที่ส่วนล่างของแคมใหญ่ ดูว่ามีก้อนคล้ายถุงน้ำบริเวณนั้นหรือเปล่า เพราะเป็นตำแหน่งของต่อมที่สร้างมูกออกมาช่วยหล่อลื่นในช่องคลอดซึ่งท่อที่ ปล่อยมูกนี้เจอปัญหาอุดตันได้บ่อย ถ้าคลำได้เป็นก้อนนิ่มๆ ก็อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจะทำให้อักเสบเป็นหนองได้

7. สุดท้ายตรวจบริเวณฝีเย็บและรูทวารว่ามีก้อนเนื้อที่เรียกว่า ริดสีดวงทวารหรือเปล่า ถ้ามีก็รีบปรึกษาหมอว่าจะมีวิธีรักษาอย่างไร ไม่อย่างนั้นจะลำบากเวลาขับถ่าย

หากตรวจแล้วพบสัญญาณไม่ดี อย่างรอยแดง อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคบางชนิด เช่นปากช่องคลอดอักเสบหรือมะเร็งปากช่องคลอด หรืออาการบวม อาจเกิดจากแมลงกัดต่อย หรือเป็นสัญญาณเตือนของโรคไต มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มีไฝหรือจุดสีคล้ำ ดำ ก็ควรหมั่นสังเกตว่าจุดเหล่านี้ เข้มขึ้นหรือใหญ่ขึ้นหรือเปล่า มีตุ่มน้ำ อาจเกิดจากเริมหรือผิวหนังอักเสบที่อวัยวะเพศได้ และสัญญาณสุดท้ายมีก้อนเนื้อ ซึ่งอาจเป็นเนื้องอก หรือเกิดจากการอักเสบ

แม้ จะรู้ขั้นตอนต่างๆ แล้ว การไปพบคุณหมอสูติฯ เพื่อตรวจภายในปีละครั้ง ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิงทุกคน อย่ามัวแต่อายเพราะกันไว้ก่อนก็ยังดีว่าตามรักษากันภายหลัง!

สำหรับผู้ที่สนใจ “กระจกส่องจิ๋ม” สามารถติดต่อขอรับได้ที่มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง โทร. 02-591-1224

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

post Category: Articles post Comments (0) postJune 1, 2009

นิตยสาร Gadget และเทคโนโลยีชื่อดัง ของ อังกฤษในนาม T3 ได้ออกมาเผยโฉมของ iPhone ตัวใหม่ในชื่อรุ่นว่า iPhone Nano ซึ่งเป็นเครื่องสไตล์ Mock up

iPhone Nano
iPhone Nano สงสัยจะเป็นจริงจากมุมมองของ นิตยสาร T3

นิตยสาร Gadget และเทคโนโลยีชื่อดัง ของ อังกฤษในนาม T3 ได้ ออกมาเผยโฉมของ iPhone ตัวใหม่ในชื่อรุ่นว่า iPhone Nano ซึ่งเป็นเครื่องสไตล์ Mock up ซึ่งเครื่องรุ่นใหม่นี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะเป็นเครื่อง iPhone ตัวใหม่ที่หลายๆคนกำลังคิดว่ามันกำลังจะเปิดตัวภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นี้ใช่หรือไม่ แต่ตามมุมมองของ นิตยสารชื่อดังอย่าง T3 ชื่อดังของอังกฤษเค้าอาจจะมีข่าววงในเกี่ยวกับเครื่องรุ่นใหม่นี้ก็ได้ เพียงแต่ไม่สามารถพูดหรือยืนยันออกมาโต้งๆได้

อย่างไรก็ตามในมุมมองของ T3 นั้นเครื่อง iPhone รุ่นใหม่จะมีหุ่นหน้าตาคล้ายๆกับ iPod Nano มาพร้อมกล้อง 5 ล้านพิกเซล ตัวเครื่องเป็นแบบอลูมิเนียมบรัช การเชื่อมต่อแบบ EDGE และมีหน่วยความจำ 8-16 GB โดยเครื่องรุ่นนี้จะเป็นเครื่องสไตล์ประหยัด ซึ่งอาจจะหมายถึงว่า iPhone ในอนาคตอาจจะมีให้เลือกมากกว่า 1 รุ่น โดย iPhone Nano นี้จะรองรับการใช้งานเฉพาะ EDGE และสามารถยืดพลังงานได้นานถึง 12 ชั่วโมง หน้าจอเป็นแบบ OLED และในส่วน WiFi จะเป็น Wi-Fi N

iPhone Nano
iPhone Nano สงสัยจะเป็นจริงจากมุมมองของ นิตยสาร T3

มาพร้อมกับ iPhone’s OS 3.0 firmware ซึ่งจะรองรับ MMS, A2DP Bluetooth, “shake to shuffle” และ Cut/Paste ซึ่งการมาของ iPhone Nano นั้นยังไม่ระบุว่าจะมาเมื่อไร แต่คาดว่าปีนี้แน่

iPhone Nano
iPhone Nano สงสัยจะเป็นจริงจากมุมมองของ นิตยสาร T3
iPhone Nano
iPhone Nano สงสัยจะเป็นจริงจากมุมมองของ นิตยสาร T3

มันก็เป็นอีกมุมมองของ นิตยสารกูรูทางด้าน Gadget ที่ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับ iPhone ใหม่นี้ ซึ่งก็เป็นอีกมุมที่ว่า iPhone ในปีนี้อาจจะมีมากกว่า 1 รุ่น โดยแบ่งตลาดค่อนข้างชัดเจน ตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะทราบแล้วว่า iPhone ใหม่ที่หลายๆคนมองว่าจะออกในเดือนนี้มันจะเป็นจริงแค่ไหน แต่สำหรับผมเองผมมองว่า 70% น่าจะเป็นจริงที่เดือนนี้จะออกใหม่ ขอควักเงินออกมาเดิมพันสักหน่อยดีกว่า ( เอามือล้วงกระเป๋า ) ควักออกมา ได้ 5 บาทพอดีเลย :-) พอทุ่มพนันหมดหน้าตัก

iPhone Nano
iPhone Nano สงสัยจะเป็นจริงจากมุมมองของ นิตยสาร T3
post Category: Articles post Comments (0) postMay 31, 2009

คิดถึง ณ เชียงคาน
คิดถึง ณ เชียงคาน

โดย : นิภาพร ทับหุ่น

อำเภอเล็กริมโขง กับความสงบเย็นในวันฝนฉ่ำ ลัดเลาะชมบ้านเรือนโบราณในย่านเก่า อวดเค้าความงามแห่งอดีต ก่อนฝ่าลมแรงเยือนแก่งคุดคู้

…ปายแห่งลุ่มน้ำโขง…. คู่แฝดหลวงพระบาง… น้องสาววังเวียง… ฯลฯ… สารพัดคำเปรียบที่ “คนอื่น” ใช้นิยามถึง “เชียงคาน” ใน ขณะที่ “เจ้าของบ้าน” พยายามตะโกนร้องบอกกับทุกคนว่า เชียงคานคือเชียงคาน ไม่ได้เป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตของใคร เพราะฉะนั้น กรุณาอย่าคาดหวัง!!

ไม่ปฏิเสธว่า ฉันเองก็แอบจินตนาการถึงเมืองเล็กๆ แห่งนี้อยู่เหมือนกัน แต่ “จินตนาการ” ไม่ได้แปลว่า “คาดหวัง” ผลลัพธ์ประเภทที่ว่า เจ็บปวด เสียใจ จึงไม่อาจใช้ได้กับภาพที่วาดไว้ในความคิด

แล้วอย่างนี้ความจริงที่เจอจะส่งผลอย่างไรกับภาพในจินตนาการ

บอกได้คำเดียวเลยว่า มันช่วย “เติมเต็ม” ให้ภาพนั้นดูสมบูรณ์มากขึ้น

สะบายดี เชียงคาน

ถ้า แคสเปอร์ เดวิด ฟรีดดริก (Caspar David Friedrich) ไม่ ด่วนจากโลกนี้ไปก่อน ฉันคงทึกทักเอาว่า ภาพตรงหน้าเป็นผลงานเสมือนจริง ที่หลุดมาจากการตวัดพู่กันของศิลปินชาวเยอรมันยุคโรแมนติกคนนี้แน่ๆ

ฟรีดดริก เป็นจิตรกรที่ชอบวาดภาพธรรมชาติ และผลงานที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักดี นั่นก็คือ Wanderer Above the Sea of Fog หรือ นักเดินทางผู้เฝ้ามองทะเลหมอก

ฉันไม่ใช่นักเดินทางในผลงานชิ้นเอก แต่กำลังยืนดูทะเลหมอกจากไอฝนที่กำลังห่มคลุมเส้นเลือดสายใหญ่ที่ใครๆ ต่างเรียกมันว่า แม่น้ำโขง

“เชียงคานสวยทุกฤดู” เสียงของพี่ชายชาวเชียงคานทำ ให้ฉันต้องก้มหัวให้กับคำกล่าวอ้างนั้นจริงๆ เพราะแม้จะต้องเสียเหงื่อไปกับความรุ่มร้อนในตอนบ่าย สายฝนแห่งความฉ่ำเย็นที่เทกระหน่ำลงมาในยามค่ำ กลับทำให้ภาพของเชียงคานเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

เชียงคาน เป็นอำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งของจังหวัดเลย ที่ตั้งอยู่อย่างสงบงามริมแม่น้ำโขง จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานทำให้เข้าใจว่า “ราก” สำคัญต่อการมีอยู่ของชาวเชียงคานอย่างไร ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านเชียงคาน ภาษาเชียงคาน อาหารเชียงคาน การละเล่นเชียงคาน หรืออะไรก็ตามที่เป็นเชียงคาน สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพที่คนไทเชียงคานยุคปัจจุบันพึงมีต่อบรรพบุรุษเชียงคานได้ชัดเจน

นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากชาวเชียงคานบางกลุ่มจะลุกขึ้นมาต่อต้านกระแสธารแห่งการท่องเที่ยวอันไร้ ขีดจำกัดที่ไหลบ่าเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับน้ำป่าในช่วงปีที่ผ่านมา

“ไม่ได้แปลว่า การท่องเที่ยวไม่ดี คนเฒ่าคนแก่ดีใจที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา แต่ไม่อยากให้มาเปลี่ยนเชียงคาน” ดวง – ธนภูมิ อโศกตระกูล ลูกหลานชาวเชียงคาน บอก

ดวง เป็นหนึ่งในสมาชิกชาวเชียงคานรุ่นใหม่ที่พยายามผลักดันให้เกิดการตั้ง “กลุ่มคนเชียงคานรักเมือง” ขึ้น เพื่อดูแลรักษาสภาพเมืองเชียงคานให้คงอยู่อย่างเดิมตลอดไป ซึ่งนอกจากจะดูแลแล้ว ยังเฝ้าระวังไม่ให้ “คนนอก” มาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวเชียงคานที่แท้จริงด้วย

ระหว่างสนทนา ดวง พาฉันเดินสำรวจเมืองเชียงคานไปพร้อมกัน ผังเมืองเชียงคานอาจจะไม่แตกต่างจากเมืองริมน้ำอื่นๆ มากนัก คือมีถนนเส้นเลียบชายโขง ที่ชาวเชียงคานเรียก ว่า ถนนหลุ่ม (ล่าง) เป็นเส้นที่มีเรือนแถวโบราณอยู่มากที่สุด ซึ่งจุดนี้เองที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศให้แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนเชียงคาน ส่วนถนนคมนาคมสายหลัก หรือถนนเทิง (บน) นั้น เป็นชุมชนเมืองที่ความเจริญเข้าถึง บ้านเรือนส่วนใหญ่จึงก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สีสันฉูดฉาด ไม่ต่างกับเมืองอื่นๆ ของไทย

สังเกตว่าบ้านแต่ละหลังค่อนข้างชำรุดทรุดโทรมมาก อาจจะด้วยกาลเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนานนั่นเอง เจ้าถิ่นบอกว่าคนเชียงคานค่อนข้างมีฐานะ เพราะฉะนั้นจะไม่ยอมขายบ้านให้กับคนต่างถิ่น อย่างมากคือให้เช่า และเก็บไว้เป็นมรดกตกทอดสู่ลูกหลาน

แม่กุญแจขนาดใหญ่ที่ปิดตายบ้านหลายหลัง ทำให้ดูคล้ายกับไม่มีคนอยู่ แต่จริงๆ แล้วบ้านเก่าทุกหลังมีเจ้าของ

ฉันเห็นร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกหลายร้านแทรกตัวอยู่กับบ้านโบราณในย่าน นี้ แต่ละร้านตกแต่งให้มีเสน่ห์ต่างกันไป บางร้านคงรูปแบบเดิมไว้อย่างเงียบงาม ในขณะที่บางร้านปรุงโฉมบ้านเก่าจนมองเค้าเดิมแทบไม่ออก ดีหรือไม่ อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคน สำหรับฉันประมาณนี้กำลังดี

วันวาน และพรุ่งนี้

จากเอกสารที่ วัดศรีคุณเมือง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอเชียงคาน เล่า ถึงการสร้างเมืองเชียงคานที่ปรากฎในพงศาวดารล้านช้าง สรุปความได้ว่า “ขุนคาน” เป็นโอรสของ “ขุนครัว” แห่งอาณาจักรล้านช้าง โดยขุนคานเป็นผู้สร้างบ้านแปงเมืองเชียงคานขึ้นมา ในตอนแรกนั้นเมืองเชียงคานตั้ง อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง (ฝั่งลาว) ต่อมาปี 2436 (รศ.112) ฝรั่งเศสได้เข้ามาทำสงครามและยึดครองดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงทั้งหมด ตามสนธิสัญญา ชาวเมืองเชียงคานทั้งหมดจึงได้อพยพหนีภัยมาสร้างเมืองเชียงคานใหม่ หรือเมืองปากเหือง ที่บริเวณปากแม่น้ำเหือง จนเมื่อฝรั่งเศสรุกหนัก จากบ้านปากเหือง แขวงไซยะบุรี ชาวบ้านจึงพากันหนีอีกรอบมาตั้งบ้านอยู่ที่บ้านท่านาจันทร์ บริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเชียงคานปัจจุบันราว 2 กิโลเมตร

ดูเหมือนว่า ชาวเชียงคานจะมีชีวิตอยู่กับการหนีมาตลอด และทุกครั้งที่หนีมาจากการรุกรานของ “คนอื่น”

“ตอนนี้เริ่มมีนายทุนเข้ามาติดต่อ แต่ชาวบ้านยังรวมพลังที่จะไม่ขาย” ดวง บอกเสียงเรียบ

“ยายไม่ขายหรอก คนเชียงคานเขาก็ไม่มีใครขาย” ยายเสงี่ยม ตอบคำถามคนต่างถิ่นอย่างฉัน แล้วพอถามว่า ทำไม ยายบอกว่า “ไม่ได้เดือดร้อน ถ้าขายแล้วจะไปอยู่ไหน”

ฉันสะอึกกับคำตอบ ภาพชาวเชียงคานที่เคยวิ่งหนีฝรั่งบ้าอำนาจวนกลับเข้ามาในความคิด ถ้าวันนี้คนเชียงคานตัดสินใจขายบ้าน ชะตากรรมก็คงไม่ต่างจากบรรพบุรุษที่เร่ร่อนหาที่อยู่เพียงเพื่อให้พ้นเงื้อมมือของต่างชาติ

อาหารมือเช้าครบรสไปด้วยสาระและความบันเทิง มันไม่ได้หรูหราเหมือนนั่งกินอยู่ในภัตตาคาร หรือล้อมวงคุยกันในบ้านหลังใหญ่ แต่มื้อเช้าแสนพิเศษของฉันอยู่บนศาลากลางวัดศรีคุณเมือง ใช่แล้ว ฉันกำลังกินข้าวก้นบาตรพระ

“กินข้าวในวัดนี่แหละดี มีอาหารพื้นบ้านให้กินเยอะแยะ มาเชียงคานแล้วต้องกินอาหารเชียงคานนะ” บุรุษหนุ่มสายเลือดเชียงคาน บอก จะปฏิเสธก็กลัวเสียน้ำใจ มื้อนั้นฉันจึงได้นั่งอร่อยไปกับเมนูอาหารเฉพาะถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หยู่ปลาทู (น้ำพริกปลาทูแบบแห้ง), เอาะหลาม หรือซั้ว หรือต้มซั้ว (คล้ายๆ แกงเลียง แต่ไม่ใส่พริกไทย), บ่นปลา(คล้ายๆ แจ่วปลา), หมกปลา, อั่วะเนื้อ, แจ่วหมากเผ็ดใหญ่ (แจ่วพริกเม็ดใหญ่) ฯลฯ ทั้งหมดกินกับข้าวเหนียว

และอาหารมื้อนั้นก็ไขข้อสงสัยของฉันที่มีมาตั้งแต่เช้าว่า ทำไมคนที่นี่จึงใส่บาตรเฉพาะข้าวเหนียว ดูแล้วไม่ต่างจากใส่บาตรที่หลวงพระบางเลย

“คนเชียงคานจะใส่ข้าวเหนียวอย่างเดียว กับข้าวกับขนมหวานเอามาถวายที่วัด ถวายเสร็จบางวันก็ฟังเทศน์ฟังธรรมต่อไปเลย” คุณยายท่านหนึ่ง บอก

หลังอิ่มเอมกับอาหารมื้อพิเศษ ฉันจึงมีโอกาสได้ชมวัดเก่าแก่แห่งนี้แบบเต็มตา

วัดศรีคุณเมือง อยู่บริเวณถนนศรีเชียงคาน ซอย 7 สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2485 วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างไว้มากมาย ที่น่าสนใจคือ พระพุทธรูปไม้จำหลักลงรักปิดทอง ปางประทานอภัยแบบล้านช้าง ฉันมองขึ้นไปที่ผนังด้านหน้าอุโบสถ เห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังปรากฎอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดก ชุด พระเจ้าสิบชาติ แต่ที่น่าสนใจคือ สังเกตว่ามีรูปรถตุ๊กตุ๊กอยู่ที่ด้านล่างของภาพด้วย แสดงว่าภาพเหล่านี้เป็นภาพวาดสมัยใหม่ หรือไม่ก็อาจจะมีการแต่งเติมลงไป

จากซอยเย็น ดวงพาเราย้อนกลับไปที่ ซอย 0 แปลกแต่จริงที่เชียงคานมี ซอย 0 ด้วย เจ้าถิ่นเองก็ไม่ทราบที่มา แต่เห็นว่าแปลก จึงพามาชม ใกล้ๆ ซอย 0 เป็นร้านขายข้าวหลามยาว อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเชียงคาน ดวงบอกว่า ในอดีตเมื่อชาวเชียงคานจะไปเยี่ยมญาติต่างถิ่น ของฝากที่ติดไม้ติดมือไปนั่นคือ ข้าวหลามยาว และโดนัททำมือ

แต่ในบรรดาของกินที่ได้ลองลิ้มชิมรส ฉันค่อนข้างชอบ “ข้าวปุ้นฮ้อน” ที่สุด เพราะแปลกและอร่อย สามารถเลือกเส้นได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น แมงด๊องแด๊ง (เส้นเหมือนเกี้ยมอี๋), หัวไก่โอก (เส้นใหญ่ปั้นกลมเหมือนลูกชิ้น) หรือเส้นธรรมดา (คล้านซ่าหริ่ม) กินกับน้ำจิ้มคลุกพริกสด มะนาว น้ำปลา น้ำตาล แค่นี้ก็แซบได้ถึงใจ

“ถ้ามาเชียงคานแล้วไม่ได้กินข้าวปุ้นน้ำแจ่ว ถือว่ามาไม่ถึงเชียงคาน” บางคนเคยโฆษณาไว้อย่างนั้น แต่ในฐานะนักเดินทางผู้นิยมมังสวิรัติ (มังเขี่ย-เขี่ยหมู เขี่ยไก่) ขอปรับเนื้อหานิดหน่อยว่า “มาเชียงคานแล้วไม่ได้กินข้าวปุ้นฮ้อน ถือว่ามาไม่ถึงเชียงคาน” แค่นี้ก็ทำให้ฉันมาถึงเชียงคานได้อย่างสมบูรณ์(ว่าไปนั่น)

รักเชียงคานต้องขี่ (จักรยาน)

ของฝากเชียงคานนอกจากอาหารแล้วยังมีผ้าห่มนวม ผ้าห่มที่ชาวบ้านยืนยันนักหนาว่า อุ่น นุ่ม กว่าที่ไหนๆ

“เมื่อก่อนเชียงคานค้าขายฝ้าย ปลูกฝ้ายขาย แต่พอมีนายทุนมาซื้อที่ดินชายโขงที่เคยเป็นไร่ฝ้าย ตอนหลังเราจึงต้องซื้อฝ้ายจากที่อื่น” ชาวเชียงคาน สะท้อน

แม้วัตถุดิบจะต้องนำเข้า แต่ฝีมือแรงงานยังเป็นของชาวเชียงคานล้วนๆ อย่างที่ร้าน นิยมไทย ก็เป็นหนึ่งในร้านจำหน่ายผ้าห่มนวมคลาสสิคที่สามารถเข้าไปชมกรรมวิธีการทำ ได้ และเมื่อฉันลองเข้าไปนั่งดูใกล้ๆ ก็พบว่า การถักทอผ้านวมแต่ละผืน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“อยากเห็นโรงหนังเก่ามั้ย” พี่ชายคนเดิมชวน ไม่ลังเลเราหันหัวรถถีบไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ทันที

สุวรรณรามา เป็นโรงหนัง 1 ใน 2 แห่งที่มีในเชียงคาน ดวงบอกว่า สมัยนั้นเชียงคานยัง ไม่มีแหล่งบันเทิง โทรทัศน์ก็มีน้อย ผู้คนจึงนิยมซื้อตั๋วเข้ามาดูหนัง บางเรื่อง 3 บาท บางเรื่อง 4 บาท ซึ่งบางเรื่องก็ได้รับความนิยมมากขนาดฉายแบบรอบชนรอบเลยทีเดียว

“ตอนนี้เป็นร้านกาแฟโบราณ แต่ก็เอาข้าวของเครื่องใช้สมัยเป็นโรงหนังมาจัดแสดง มีตั๋วเก่าด้วย มีเครื่องฉาย ตอนนี้โรงหนังปิดไปแล้ว เปลี่ยนมาเป็นสนามแบดมินตัน เพราะความบันเทิงต่างๆ เข้ามา”

ฉันเดินชมอดีตของสุวรรณรามาอย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลาว่าจะต้องขี่จักรยานปีนเขาขึ้นไปนมัสการพระที่วัดท่าแขก

วัดท่าแขก เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองเชียงคานไป ประมาณ 2 กิโลเมตร สังเกตง่ายๆ คืออยู่ก่อนถึงหมู่บ้านน้อยและแก่งคุดคู้ วัดนี้เป็นวัดธรรมยุติ ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูป 3 องค์ที่สกัดจากหินทรายทั้งก้อน เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีอายุประมาณ 300 กว่าปี เห็นแล้วอดทึ่งในฝีมือของช่างโบราณไม่ได้

ลงจากเขาเรามุ่งหน้าฝ่าลมแรงไปที่ แก่งคุดคู้ ซึ่งเป็นแก่งหินขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขง มองไปเห็นภูเขาสูงใหญ่วางทับซ้อนกันดูสวยงาม มีสายหมอกลอยระเรี่ยอยู่ลิบๆ ฉันมองลงไปที่แก่งคุดคู้ กระแสน้ำบริเวณนั้นค่อนข้างเชี่ยว กอปรกับฝนที่เริ่มลงเม็ด ทำให้เรามีเวลาเก็บความรู้สึกอยู่ได้ไม่นาน แต่ก็พอทันได้สังเกตว่า มีรถยนต์หลายคันจอดอยู่กลางหาดริมโขง ซึ่งไม่น่าจะเป็นภาพที่ชวนพิสมัย เพราะทำให้ทัศนียภาพสูญเสียความงามไปอย่างสิ้นเชิง

ฝนซาฟ้าสว่างเราปั่นจักรยานกลับมาที่ถนนเชียงคานล่างอีกครั้ง ความเมื่อยล้าทำให้ต้องหาที่บีบนวดกันเล็กน้อย ไม่ผิดหวัง “คิดถึง ณ เชียงคาน” เป็นสวรรค์ที่ฉันค้นพบ นอกจากจะเป็นร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกสไตล์คนเมืองเชียงคานแล้ว ด้านในยังมีบริการนวดแบบที่เรียกว่า “ยองเส้นให้แหลว” อีกด้วย

“ก็เหมือนนวดเส้นให้เหลว คลายกล้ามเนื้อ ป้าเน้นนวดเท้า เพราะเท้าคือศูนย์รวมของประสาททุกส่วน ป้านวดที่นี่แล้วก็มีสอนด้วย ในเชียงคานถามได้เลยป้าก้อยมือหนึ่งเรื่องนวดอยู่แล้ว” ป้าก้อย – อุไรรัตน์ มั่งมีศรี หมอนวดมือทอง ว่าอย่างนั้น ไม่พูดพร่ำป้าก้อยลงมือนวดอย่างขันแข็ง

จริงๆ เชียงคานยังมีเรื่องราวให้พูดได้ไม่รู้จบ เวลาเพียงแค่ 2-3 วัน คงไม่สามารถเข้าถึงคำว่า “เสน่ห์” ของเชียงคานได้ อาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี หรือเป็นสิบปี กว่าจะถ่องแท้กับความรู้สึกนี้ เหมือนกับที่ชาวเชียงคานสะท้อนไว้

“รักเชียงคานจริง ต้องเฝ้าทะนุถนอม ดูการเติบโตอย่างช้าๆ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เติบโตอย่างแข็งแรง มีคุณภาพ รู้ทิศทาง ควบคุมตัวเองได้ ให้เชียงคานเป็นเชียงคาน อย่าไปเสริมเติมแต่งจริตให้มากเกิน มิฉะนั้น…เสน่ห์เชียงคานจะจางหาย” …www.chiangkhan.com …

……………

* การเดินทาง

เชียงคานเป็น เมืองชายโขงที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางรถยนต์และรถประจำทาง รถยนต์แนะนำให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านสระบุรี อ.ปากช่อง แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ที่อ.สีคิ้ว ขับตรงไปผ่าน อ.ด่านขุนทด อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ใช้เส้นทางเดิมผ่าน อ.ภูเขียว จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ผ่าน อ.ชุมแพ ก่อนจะเปลี่ยนเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่าน อ.ภูกระดึง อ.วังสะพุง ผ่านตัวเมือง จ.เลย แล้วขับตรงต่อไปเส้นเดิมราว 47 กิโลเมตร ก็จะถึงเชียงคาน

หากไปรถประจำทาง มีรถปรับอากาศให้บริการมากมาย รถ บขส. 999 โทร. 0-2936-2841-8, 0-2936-0657 ต่อ 605 รถทัวร์แอร์เมืองเลย โทร. 0-2936-0142 หรือสอบถามที่ ททท. สำนักงานเลย(เลย-หนองบัวลำภู)โทร. 0-4281-2812, 0-4281-1405

* ที่พัก

เมืองท่องเที่ยวเล็กๆ แห่งนี้มีที่พักให้บริการหลากหลาย ทั้งแบบรีสอร์ท และโฮมสเตย์ ที่แนะนำคือ โรงแรม สุขสมบูรณ์ โทร.0-4282-1064 , 08-1769-9918, เฮือนคำแว่น โทร.08-7037-6968, เชียงคำ ริเวอร์ วิว เกสเฮ้าส์ โทร. 08-0741-8055, เรือนแรมลูกไม้ โทร. 08-9210-0447, เชียงคาน เกสเฮ้าส์ โทร. 0-4282-1691, เชียงคาน ฮิลล์ รีสอร์ท โทร. 0-4282-1285, 0-4282-1414, 0-2580-6201, 0-2588-3634, แก่งคุดคู้ รีสอร์ท โทร. 0-4282-1248, พูนสวัสดิ์ โทร. 0-4282-1114

post Category: Articles post Comments (0) postMay 28, 2009

เรียกว่านอนมา ชนิดไม่ต้องลุ้นให้เมื่อย

สกาเล็ตต์ โจแฮนสัน

เพราะฮอลลีวู้ดยกอันดับหนึ่งสาวที่มีหน้าอกสวยที่สุดให้ สกาเล็ตต์ โจแฮนสัน ไปครอง

นักแสดงสาวทรงโตชื่อดัง มีผลโพลการันตี ระบุยกย่องให้เธอเป็นสาวที่มีหน้าอกสวยที่สุดในฮอลลีวู้ด โดยเฉือนชนะคู่แข่งอย่าง ฮัลลี เบอร์รี และ เจสสิกา ซิมป์สัน จากการสํารวจของ Access Hollywood รายการทีวีชื่อดังของสหรัฐฯ

สกาเล็ตต์ เจ้า ของคัพ 34 DD ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบเฉพาะแฟนหนังเท่านั้น เพราะนักแสดงด้วยกันอย่าง นาตาลี พอร์ตแมน ยังเคยพูดถึงหน้าอกหน้าใจของเจ๊สกาเล็ตต์ ว่า “พูดจริงๆ เลยนะ ฉันอยากจับหน้าอกสกาเล็ตต์มากจริงๆ เธอมีนมที่สวยมาก”

อันดับ 2 คือสาว แซลมา ฮาเย็ค ขณะที่คุณแม่ลูกหนึ่ง ฮัลลี เบอร์รี ตามมาอันดับ 3 ส่วนอันดับ 4 ตกเป็นของ นักร้องสาวผมบลอนด์ เจสสิกา ซิมป์สัน

และสาวสวย เจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตต์ ติดอันดับ 5 ในทําเนียบสาวอกสวยอีกคนจ้า

post Category: love post Comments (0) postMay 25, 2009

วิธีลืมคนรัก

ใครที่เพิ่งจะผิดหวังกับความรัก และอยากจะลืมคนรัก วันนี้เรามีวิธีลืมคนรักมาฝาก…

* นึกว่าเหตุที่ต้องลืมเขาเพราะอะไร คงไม่ใช่ส่วนดีของเขาแน่ ๆ
* หลังจากนั้นให้พยายามย้ำความคิดนั้น เพื่อจะไม่ให้เกิดความ อาลัยอาวรณ์เขามากไป
* พยายามหลีกเลี่ยงการเจอเขาแบบตัวต่อตัว เพราะเกิดเขาเผลอมาทำดีกับเรา เราจะยิ่งไขว่เขว แต่ถ้าเขามากับแฟน จะดีมาก จะได้ช้ำทีเดียว
* หลีกเลี่ยงไปซ้ำที่เดิม ๆ ที่เคยไปกับเขา
* หากิจกรรมที่ต่างจากเมื่อคบเขา เช่น เขาและเราชอบฟังเพลง ป๊อบ ให้เปลี่ยนใหม่ มาฟังเพลงร็อกแทน
* อย่าทำให้ตัวเองว่าง ให้อยู่กับเพื่อน ๆ เข้าไว้ จะเป็นช่วงหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้น จะสามารถอยู่คนเดียวได้ ไม่ต้องห่วง
* ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ เช่นลงเรียนเพิ่ม ไปเรียนทำขนม ไปเรียนร้องเพลง ฯลฯ จะได้มีโอกาสเจอเพื่อน ๆใหม่ด้วย
* อย่านั่งมองท้องฟ้าตอนเย็น ๆ เพราะมันจะเหงามาก เคยมีคนพบว่าบรรยากาศตอนเย็นคนจะอยากฆ่าตัวตายมากที่สุด
* อย่านั่งมองฝนตก เหมือนถ่ายมิวสิกวีดีโอ เพราะจะยิ่งทำให้อยากร้องไห้
* อย่าหาเรื่องกินจนอ้วน เพราะมันจะทำให้คุณหมดความมั่นใจไปกว่าเดิม

ใครที่อยากลืมคนรักได้เร็ว ๆ ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้